kanokwan's profile[Happy Room].....JOOMPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
[Happy Room].....JOOMNovember 21 การขอบพระคุณที่ไม่มีสิ้นสุด ไม่ได้มาอัพสเปซนานร่วม 3 เดือน
เดือนกันยายน 2006
เป็นอะไรที่ต้องทำหลายอย่างมากๆ และต้องเตรียม presentation เดือนตุลาคม
และแล้วงานก็ไม่เสร็จก่อนที่จะเข้าไปเรียนที่ โรงเรียนคริสต์ศาสนศาสตร์แบ๊บติสต์ (สวนพลู) (TBTS) เหอๆ....ทำไปได้ครึ่งเดียว คนอื่นเค้าพากันเข้าไปที่โรงเรียนกันเลยตั้งแต่เย็นวันอาทิตย์ แต่.....จุ๋มยังปั่นงาน(ซึ่งก็ไม่เสร็จ) และเข้ามาเรียนสาย(เหมือนปีที่แล้วเป๊ะ)ในเช้าวันจันทร์ ที่ 9 ตุลาคม 2006 ซึ่งวิชาแรกเป็นวิชาบุคคลในพระคัมภีร์ของ อ.วิยะดา(น่ารักมากๆ)อีกเช่นเคย ปีที่แล้วก็เข้าเรียนวิชาแรก วิชา สำรวจพระคัมภีร์ ของ อ.วิยะดา สายแบบนี้เป๊ะๆ 5555 เห็นหน้าพี่น้องที่เรียนรุ่นเดียวกันแล้วดีจัยสุดๆ และจุ๋มมีความสุขสุดๆ ทั้งวันนั่งเรียนรู้ทุกวิชาที่ทำให้รู้จักพระเจ้า และวิชาที่จะรับใช้พระองค์ และเรียนรู้ว่าการอดอาหารอธิษฐานทั้งเที่ยงและเย็นนั้นทำให้มีกำลังในการเรียนมากขึ้นไปอีกแทนที่จะเพลีย ในขณะที่ปีที่แล้วต้องโด๊ปกาแฟวันละ 6 ซอง แต่การเรียนในปีนี้ ไม่ต้องดื่มกาแฟเลยแม้แต่ซองเดียว และไม่รู้สึกง่วงสักนิด ซึ่งหลายคนพากันง่วงเพราะว่าเรียนหนัก คือทุกเช้าต้องฟังเทศนา(คือทุกคนในชั้นเรียน(60 คน)ต้องเทศนา(วิชาเทศนา))ตั้งแต่ 7.00น. และเรียนจนถึง 20.00 น. ของทุกวัน และกว่าจะได้นอนก็ดึกเพราะว่าทุกคนต้องเตรียมโครงเทศนา และทำการบ้านของวิชาอื่นๆ จุ๋มเองก็ยังไม่ได้เตรียมเทศนาเลยสักนิด พอรู้ว่าต้องเทศนาบ่ายวันอังคารก็ลนเหมือนกัน คำเทศนาไปเสร็จเอาตอนเที่ยง ก่อนจะเทศนา 3 ชั่วโมง (ขอบคุณพระเจ้า) ช่วงเวลาที่อยู่ที่โรงเรียนจุ๋มกลับรู้สึกเหมือนกำลังพักผ่อนอย่างสงบกับพระเจ้าจริงๆ เรียนวิชาสุดท้ายเสร็จ 16.00 น.ก็ตรงกลับมาถึงโบสถ์ในเย็นวันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม 2006 ลงมือทำสูจิบัตรทันที จุ๋ม " งั้นพี่นอนรอที่โซฟานะ ถ้าทำการบ้านเสร็จปลุกพี่นะ" บอกกะน้องก่อนจะล้มตัวลงนอนด้วยความเพลียสุดๆ ...........zzZZZZZ .........5.00น........ "โอ๊ยยยยยยยย" ทำไมตะคริวครั้งนี้ต่างจากทุกครั้งนะ ปกติดันเท้าเข้ามาก็หายไปแต่นี่ ไม่ยอมหายหนิ ต้องเด้งออกมาจากโซฟา ตาก็สว่างเลยพอดูนาฬิกา
ฟ้าเริ่มสาง
อ.อัจ(อาจารย์ตกใจ) "จุ๋มยังไม่นอนเหรอ"
จุ๋ม "นอนแล้วค่ะ...คือน้องต้องใช้คอมทำการบ้านจุ๋มเลยไม่ได้ทำงาน"
อาจารย์เดินไปเปิดห้องน้องปรากฏว่าน้องเค้าหลับหน้าคอมไปแว้ววววว 55555 ขอบคุณพระเจ้าที่ Presentation เสร็จโดยดี(แปลกมากที่ทำได้อย่างคล่องทีเดียว....ขอบคุณพระเจ้า
ที่พักที่หนองจอกยังคงถูกน้ำท่วมทางเข้า....อาจารย์ให้พักอยู่ที่โบสถ์เป็นเพื่อนน้องๆ ระหว่างที่อาจารย์ไปพักผ่อนและดูพันธกิจ(ซึนามิ) ที่จังหวัดแทบภาคใต้
เดือนพฤศจิกายน
ต้องเตรียมสำหรับงานคริสตมาสที่จะมาถึง และคิดไว้ว่าจะไม่ไปรับวุฒิบัตรที่จบหลักสูตร LLT ในวันที่ 19 พ.ย. นี้ และแล้ว ทางโรงเรียนส่งบัตรเชิญมาที่คริสตจักร
จุ๋ม---> อึ้ง....................... อ.อัจ "ไปซิ.....ดีมากเลย" จุ๋ม "จุ๋มว่าจะไม่ไปค่ะ" บิดตัวไปบิดตัวมา อ.อัจ "ทำไมหล่ะ" จุ๋ม "มันต้องมีเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว" บิดตัวไปบิดตัวมา อ.อัจ "อาจารย์จะให้....แล้วต้องจ่ายค่ะอะไรอีกไหม" จุ๋ม "ไม่มีแล้วค่ะ" บิดตัวไปบิดตัวมา ขอบคุณพระเจ้าค่ะ ในระหว่างที่ไม่ติดต่อน้องๆ ยังคงอธิษฐานเผื่อที่น้องๆ จะรวมตัวกันเองได้โดยที่ไม่ต้องให้จุ๋มเป็นคนเรียกพวกเค้า ที่พวกเค้าจะตั้งใจกับพระเจ้าด้วยภาระใจของพวกเค้าเอง และดีจัย
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับการรับวุฒิบัตร หลักสูตร LLT (Lay Leaders Training) ผู้นำฆราวาส ในวันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา พี่น้องมาร่วมแสดงความชื่นชมยินดีอย่างอบอุ่นใจ วันนี้ 21 พ.ย. 2006
อธิษฐานเพื่อจุ๋ม
1. การมี youth center ที่ม.มหานคร โดยจุ๋มเป็นผู้รับใช้เต็มเวลาที่นี่ 2. ค่าที่พักระหว่างเดือน พ.ย.- ธ.ค. 3. เว็ปไซต์ ของสมาคมนักศึกษาคริสเตียนไทยที่ต้องเสร็จก่อนเดือน ธันวาคม นี้ 4. สุขภาพ 5. การพูดกับคุณพ่อ การตัดสินใจ การรับใช้ในอนาคต ขอพระเจ้าจัดเตรียมหนทาง ที่จุ๋มมีกำลังที่จะเชื่อฟังจนถึงที่สุด อยู่ในน้ำพระทัย อยู่ในแผนการและในเวลาของพระเจ้า August 28 ป่วยงอมแงม........เกือบสองอาทิตย์ เลย ที่ป่วยงอมแงม......(ตอนนี้ก็ยังไม่หาย)
โดยเฉพาะ อาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม หมดแรงไปเลย นอนพับที่โบสถ์ น้าไหนถึงกับเอาผ้าชุบน้ำ มาเช็ดตัวลดไข้ให้ (ตกใจอ่ะ ไม่เคยมีคนทำให้หนิ) พอมาอาทิตย์นี้ อาการดีขึ้นมาก และอาการภูมิแพ้ เหมือนกับหายไปด้วย แต่ก็ยังคงไอค่อกแค่ก คิดว่าอาทิตย์นี้จะร้องเพลงนมัสการได้แล้วหนิ แต่....ปรากฏว่า.... ไม่ไหวจิงๆ จนพี่น้องที่โบสถ์ที่เค้าไม่รู้ว่าป่วยอยู่ หลังจากนมัสการแล้วก็เดินมาถามว่า "วันนี้ไม่สบายเหรอ" แปลว่าวันนี้เสียงเราไม่ไหวจริงๆ เหอะๆ แต่ก็ร้องจนจบได้ (ขอบคุณพระเจ้า) August 10 ในเวลาของพระเจ้า อาทิตย์ต้นเดือนสิงหาคม ได้มีโอกาสไปที่จ.อุตรดิตถ์ (ประสบอุทกภัย)
31 กรกฏาคม 2006
การเดินทางเราไปกัน 6 ชีวิต โดยทางรถไฟ(เกือบไปหัวลำโพงไม่ทันอีกหล่ะ) เดินทางร่วม 8 ชั่วโมงพวกเราก็ถึงสถานีรถไฟอุตรดิตถ์ ฝนยังคงตกอยู่ปรอยๆ เราแวะทานอาหารที่บ้านคุณยายของน้องแนนกัน(อร่อยสุดๆ คุณยายน่ารักมากๆ) หลังจากนั้นเราเดินทางต่อยังพื้นที่บ้านผาตั้งซึ่งประสบเหตุอุทกภัย สภาพทั่วไปยังคงมีร่องรอยของความเสียหาย (ตอนแรกสงสัยว่าเค้าเอาโอ่งมาไว้ทำไมที่กลางทุ่งนาทุกที่ แต่ความจริงคือเค้าไม่ได้เอามาไว้ที่นา แต่น้ำต่างหากที่ซัดเอาโอ่งมาอยู่กลางทุ่ง) เราเข้าที่พักและทำความสะอาดที่พักเท่าที่ทำได้เพราะเย็นแล้วเมื่อเรามาถึงที่พัก (บ้านไม้ชนบททั่วไปทรุดโทรมเพราะไม่มีใครอยู่จึงมีฝุ่นอยุ่เต็มไปหมดและฝาผนังก็ผุเป็นช่องใหญ่) ขอบคุณพระเจ้าที่พี่น้องที่นั่นก็จัดหาหมอน มุ้ง ผ้าห่ม ที่นอน อย่างดีให้กับเรา นอกจากนี้ยังนำอาหารเย็นมาให้กับเรา เป็นอ่อมเนื้อ(ปรากฏว่าทั้งหม้อเป็นของจุ๋มเพราะทานได้คนเดียว) กับข้าว 1 หม้อใหญ่ เราอยู่ที่นี่กัน 4 คน ส่วนคุณแม่และหลานของน้องแนนพักอยู่กับคุณยาย
1 สิงหาคม 2006
เช้านี้ได้อาหารฝ่ายวิญญาณแต่เช้า เนหะมีย์ บทที่2 แปลกใจมากๆ สภาพที่เราอยู่ เหมือนสภาพในพระคัมภีร์มากๆ เพราะโบสถ์ที่เราพักก็ถูกน้ำทำลายกำแพงหมด จากนั้นเราช่วยกันทำอาหารเช้า และพบกับศิษยาภิบาลที่นี่ หลังทานอาหารเราเริ่มด้วยทำความสะอาดที่พักหลังนี้ซึ่งเป็นที่ทำการของคริสตจักร โดยล้างครัวซึ่งโคลนได้ทับอยู่ออกไป ถางหญ้าหลังครัว และทำร่องน้ำระบาย จากนั้นก็ทำความสะอาดข้างในบ้านชั้นล่างทั้งหมด หลังจากทำเสร็จเราก็สบักสบอมกันพอดู พอตอนเย็นก็พบกับเด็กๆ ที่นี่ แนนพาเด็กๆ ที่จะร้องเพลงสั้นประกอบท่า และท่องจำพระคัมภีร์ได้อย่างน่ารักทีเดียว เด็กๆ ที่นี่น่ารัก พวกเราให้เด็กๆ พาเราไปเดินดูทั่วๆ หมู่บ้าน
2 สิงหาคม 2006
วันนี้เราพากันเข้าไปในตัวเมืองอุตรดิตถ์ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยที่เราจะเข้าไปเราเดินร่วม 3 กิโลเพื่อไปรอรถเมล์(ซึ่งไม่เคยเห็นสักที) รออยู่นาน ก็มีรถเข้ามา 1 คัน แต่อ๊ะ...ไม่มีรถออกไป เรายังคงรออยู่ เราได้รับรู้ว่าพระเทพจะเสด็จมา วันศุกร์นี้ ถนนหนทางท่อน้ำ เจ้าหน้าที่เร่งกันเคลีย์ให้ดูดีและเรียบร้อย(ถ้าพระเทพไม่เสด็จมาคงอีกนาน) และแล้วรถของหน่วยสิรินธร ก็จอดรับเราไปด้วย และใจดีมาส่งเราที่ห้างฟรายเดย์(ถ้าจำไม่ผิดนะ) เราซื้ออาหารและลูกโป่งสำหรับใช้ในค่ำวันนี้ และเดินทางกลับ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกเช่นกัน เรากลับมาถึงได้พักครู่ใหญ่ เด็กมารอเราที่ลานเรียนระวี วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ได้อยู่กับเด็กๆ ที่นี่ ฉะนั้นวันนี้จึงมีเกมส์ให้เด็กๆ ที่นี่เล่นมากมาย สนุกจริงๆ แม้จะเลอะเทอะกันไปตามๆ กัน
1 ทุ่ม เรามีนัดกับกลุ่มอนุชนที่นี่ และซองซู ก็สอนแดนซ์วอร์ชิพให้กับอนุชน เรียกเหงื่อและความสนุกได้พอควร
3 สิงหาคม 2006
เช้านี้ศิษยาภิบาลขับรถไปส่งเราอีกทีนึง คือที่คริสตจักรหัวดง ระหว่างทางเราเห็นทั้งความสวยงามของธรรมชาติ และความโหดร้ายของธรรมชาติ ร่องรอยดินทะล่มยังมีให้เห็นเป็นระยะ เรามาถึงคจ.หัวดง และที่นี่เราพักในคริสตจักร ที่นี่บรรยากาศแตกต่างจากที่ผาตั้ง ผู้คนไม่หวาดกลัวเท่าที่ผาตั้ง คงเป็นเพราะที่ผาตั้งประสบเหตุรุนแรงกว่านั่นเอง แต่ที่นี่ก็ประสบด้วยเช่นเดียวกัน เราพักกัน แล้วช่วงบ่ายก็ไปที่น้ำตกแม่พลู เราโบกรถเข้าไป ไปถึงที่นั้นยากนิดหน่อยเพราะมีโคลนเป็นช่วงๆ ยิ่งเข้าไปลึกก็จะเห็นบ้านที่ถูกน้ำทำลาย และร่องรอยของระดับน้ำที่ท่วมบ้านแต่ละหลัง เมื่อเราไปถึงที่น้ำตกเราพบว่า บันไดและสะพานที่จะพาไปถึงยอดน้ำตกถูกน้ำพัดทำลายขาดไปแล้ว น้ำเป็นสีเหลือง และยังคงมีเศษไม้ที่พัดมากับกระแสน้ำ เราเล่นน้ำกันสักพักแล้วเดินทางกลับและเราเรียนรู้ว่า คนไทยใจดีที่สุดแล้ว....สองสามีภรรยาจอดรถและไปส่งเราถึ่งคจ.หัวดง(ขอบคุณพระเจ้า) เราอาบน้ำ พักผ่อน ทานอาหาร แล้วไปพบเด็กๆ ที่โรงเรียน จากนั้นเรากลับมารอที่โบสถ์ และหลับกันไปอย่างหมดแรง เราตื่นเพราะเด็กๆ ที่มาหาเราที่โบสถ์ เด็กที่นี่ส่วนมากเป็นเด็กผู้ชาย น่ารักและซื่อๆ สนุกมากๆ เมื่ออยู่กับพวกเขาเราเล่น UNO ด้วยกัน แก๊งค์นี้มี เอฟ เอ เม่น ไก่ หนุ่ม
4 สิงหาคม 2006
เราทราบว่า พระเทพจะเสด็จลงจากเฮลิคอปเตอร์ที่หัวดงนี่เอง เช้านี่เราจึงรีบแต่งตัวไปรับเสด็จที่โรงเรียน ของพวกเด็ก ที่นั่นมีรถจอดอยู่ไม่ต่ำกว่า 20 คันเห็นจะได้ และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเต็มไปหมด เรานั่นกับสักพักเฮลิคอปเตอร์ประมาณ 5 ลำก็ลงจอด และเราก็ทราบว่าพระเทพเสด็จขึ้นรถไปแล้ว (เราไม่เห็นพระเทพเลยเพราะว่ารถยนต์จอดบังอยู่) และพริบตาเดียวรถที่จอดอยู่ก็ตามเสด็จไปหมดเลย เหลือให้เราได้ถ่ายรูปกับเฮลิคอปเตอร์ขององค์พระเทพ เหอะๆ จากนั้นเราก็เดินดูตลาดที่นี่ ตลาดที่นี่น่าเดินจริงๆ มีแต่ของแปลกๆ พอตอนเที่ยงน้องๆแก๊งค์ของเราก็มาเล่นด้วยจนได้เวลาเรียนก็กลับไปเรียนช่วงนี้เลยได้ไปเดินดูในหมู่บ้าน แล้วก็ตกใจอยู่ลึกๆ ที่สภาพบ้านที่ถูกน้ำทำให้เสียหายมีมากจริงๆ แต่อยู่เข้าไปลึกๆ เราเดินในอากาศที่ร้อนอบอ้าว และเข้ามาไกลพอดู แล้วก็เดินกลับคริสตจักรมีเด็กประมาณ5-6 ขวบมารอเล่นด้วย ดูเหมือน อัง แนน ซองซู จะเหนื่อยกันมากๆ แต่เด็กก็อยากเล่นกับเราจิงๆ เล่นซักพัก ซองซูกับแนนก็ตื่นมาเล่นกับเด็กๆ ด้วย ลูกโป่งดูเหมือนเด็กๆ จะชอบสุดๆ ตกเย็นเด็กแก๊งค์ของเราก็มาเล่น UNO กันอีก แล้วก็ได้เวลาอาบน้ำเตรียมตัวกลับ ทานอาหารเสร็จ อ.อุดร ศิษยาภิบาลที่นี่ ก็ขับรถไปส่งเราที่สถานีรถไฟศิลาอาต ระหว่างคุยกันในรถได้รู้ว่า อ.รู้จักกับคุณแม่ของจุ๋มตอนที่ไปรับใช้ที่โคราชด้วย ขอบคุณพระเจ้า เราเดินทางออกจากที่นั้นราว 2 ทุ่ม และมาถึงกทม. ตี 5 เห็นจะได้
5 สิงหาคม 2006
จากหัวลำโพงตรงมารับใช้ที่คริสตจักรคลองจั่น ไปหลับที่ห้องกิ๊ฟพักนึงแล้วตื่นอาบน้ำแล้วก็ลงไปทำงาน ตื่นเต้นๆ คริสตจักรซื้อโปรเจคเตอร์ใหม่ ทุกคนเห่อพอๆกัน
6 สิงหาคม 2006
วันนี้จุ๋มได้เป็นคนฉายโปรเจคเตอร์ที่โบสถ์เป็นคนแรก ^.^ พอช่วงบ่ายอนุชนก็ซ้อมการแสดงสำหรับวันแม่ พอถึง4 โมงเย็น ทีมงานจากวง Fullsail(ประเทศสหรัฐอเมริกา) ก็เดินทางมาถึงคริสตจักรของเรา เย็นนี้เปิดคอนเสริต์ที่คจ.คลองจั่น คอนเสริต์ดีมากๆ เพลงเพราะสุดๆ เสียงนมัสการช่างน่าฟังและเข้าไปในส่วนลึกในหัวใจจริงๆ และสัมผัสได้ถึงความรักของพระเจ้าและวันนี้ก็พักที่โบสถ์อีกคืน
7 สิงหาคม 2006
วันนี้ก็อยู่ทำงานที่โบสถ์ถึงเย็น แล้วกลับที่มหานคร
8 สิงหาคม 2006
วันนี้มีงานประกาศที่มหาลัย ต้องเตรียมหลายอย่าง เช้านี้มารอต่อที่มหาลัย รออยู่นานก็ไม่มา ทานข้าวเช้าสักพักทีมเกาหลีก็มากัน ขอบคุณพระเจ้าที่งานเป็นไปด้วยดีตอนเย็นเราไปเล่น ดูโทรทัศน์กันที่ห้องของน้องต่อ 4 ทุ่มครึ่งก็กลับมาพักที่ห้อง
9 สิงหาคม 2006
วันนี้นอนทั้งวัน คือตั้งใจนอนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะสุดสัปดาห์นี้มีค่ายของคริสตจักรต้องไปที่เขาใหญ่ ฟาวเท่นทรีรีสอร์ท พอบ่ายสองก็ตื่นมาทำเว็ป แต่เน็ตก็ทำให้รอไม่ไหวจริงๆ หลับไปอีก ตื่นบ่าย3 ครึ่ง อาบน้ำ แล้วเดินทางมารับใช้ที่กลุ่มเซลมหานคร ขอบคุณพระเจ้าที่เซลวันนี้ไม่แห้งๆ น้องๆ ทุกคนตั้งใจมานมัสการพระองค์ หนุนใจกันและกัน พระวจนะวันนี้ก็ทำให้ทุกคนรู้จักพระเจ้าใน อิสยาห์ 40:12-31 หลังจากเลิกเซล เราทานก๋วยเตี๋ยวด้วยกันก่อนแยกกลับที่พัก July 25 น้องๆ สอบกัน อาทิตย์นี้ดูว่างๆ ไปเลย....แต่ขอบคุณพระเจ้าที่ได้มีโอกาสได้พักผ่อนร่างกายและวิญญาณได้อ่านหนังสือที่อยากอ่านทั้งหนังสือคอมฯแล้วก็วรรณกรรมคริสเตียน ไปยืมหนังสือ(ของพี่ที่โบสถ์) มาเล่มนึง อยากอ่านมานานหล่ะเห็นบ่อยๆ แต่ก็เลือกซื้อเล่มอื่นก่อนทุกที(งบมีจำกัด) ชื่อว่า"คดีพระเยซู The Case for Christ" คือผู้เขียนเรื่องนี้เป็นบรรรณาธิการฝ่ายกฏหมายของหนังสือพิมพ์ ชิคาโก ทรีบูน เค้ามีประสบการณ์ในการสืบสวน ซักพยาน เพื่อทำข่าวมาหลายคดี เขาเริ่มมาจากคนที่เชื่อว่าไม่มีพระเจ้า และสำหรับพระเยซูก็เป็นเพียงมนุษย์คนนึงที่คดีได้ปิดไปแล้ว แต่แล้ววันหนึ่งเค้าต้องเปิดคดีของพระเยซูขึ้นมาใหม่ สาเหตุมาจากภรรยาของเค้าเอง.....
เมื่อภรรยาของเค้าได้ประกาศตัวว่าเป็นคริสเตียน เค้าตะลึงตาค้างกับสิ่งที่ได้รับรู้ เค้าคิดว่าภรรยาเค้าเป็นเหยื่อโฆษณา ถูกหลอก เค้ากลัวว่าภรรยาจะเป็นหญิงเจ้าระเบียบ งดเพศสัมพันธ์ ทิ้งชีวิตทันสมัยไปเป็นคนสมถะ อธิษฐานตลอดคืน ไปเป็นอาสาสมัคร แต่....สถานการณ์ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ภรรยาของเค้ากลับทำให้เค้าประหลาดใจ และประทับใจในบุคลิกใหม่ ความซื่อสัตย์ และความมั่นใจส่วนตัว ทำให้เค้าตั้งต้นสืบสวนข้อเท็จจริงทุกด้านเกี่ยวกับคริสเตียน.....
สุดยอดของการค้นคว้าเลยจริง......เมื่อได้อ่านแล้ว...ชัดเจนจริงๆ....บ้างประเด็นยอมรับเลยว่าจุ๋มอ่านพระคัมภีร์แล้วยังงงอยู่เลย เช่นการเรียงลำดับพงษ์พันธุ์ของพระเยซูในมัทธิวกับลูกา (ซึ่งสงสัยมานานหล่ะ...ได้คำตอบมาเยอะแต่ก็คิดว่าไม่โดน)...อ่านแล้วเข้าใจคนยิวหนิ จุ๋มอ่านพระคัมภีร์ในความไม่สอดคล้องก็เคยสงสัยมานานแล้ว โอเคถึงแม้จะได้ทำตอบแต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมบรรทึกไม่ลงรอยกัน (เช่นกษัตริย์อาบียาห์(อาบียัม) ใน1พกษ.กับ2พศด) แต่เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้แล้วทำให้รู้ว่าในแง่ของนักกฏหมาย นักประวัติศาสตร์ นักวิชาการแล้ว มีความเห็นที่สอดคล้องกันว่า ข้อมูลเดียวกันที่มีความแตกต่างในรายละเอียดนั้นมีความน่าเชื่อถือ เพราะข้อมูลที่แต่งขึ้นนั้นมักจะต่อเนื่อง ประสาน กลมกลืนกันมาก...ขอบคุณพระเจ้า พระองค์อัศจรรย์ นำคน 40 คน ต่างยุด ต่างสถานที่ ต่างอาชีพ มาบันทึกพระคัมภีร์เล่มนี้ และในความไม่ลงรอยกันเพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่การวางแผนกันล่วงหน้า และในความแตกต่างนั้นถ้ายิ่งพิสูจน์ลึกถึงวัฒธรรมคนยิวโบราณ จะยิ่งเห็นความจริง.......สุดยอดจริงๆ (ทุกท่านที่เขียนพระคัมภีร์ล้วนเป็นพยานที่ซื่อสัตย์)
อธิษฐานเผื่อ
1. สุขภาพ
2. จะไปจังหวัดอุตรดิษฐ์อาทิตย์หน้า ไปช่วยเด็กที่ประสบเหตุน้ำท่วม(มี Contact กันอยู่ น้องเค้าติดต่อมาว่ายังไม่มีคนเข้าไปช่วยเค้า) (2 หนุ่มเกาหลีไปด้วย ไม่ได้ช่วยงานที่มหานคร แต่ก็อยากให้มีภาระใจกับประเทศไทย)
3. งานรับใช้ ที่คริสตจักร ม.มหานคร และนคท.(web)
4. อยากไปประเทศพม่า และภาระใจนี้
|
|
|||
|
|